เข้าใจ ราคาน้ำ เข้าใจราคาชีวิตในการพนันบอล

0
92

เข้าใจ ราคาน้ำ เข้าใจราคาชีวิตในการพนันบอล

วิธีการเดิมพันฟุตบอลออนไลน์ มีแนวคิดที่แยกได้หลายทาง และมีแนวทางในการเดิมพันที่ต่างกันตามปต่ละบุคคล ซึ่งมันไม่มีการฟันธงว่าแบบไหนถูก แบบไหนผิด เพราะเงินใครก็สิทธิ์ของคนนั้น

แต่มันก็มีการเลือกแนวทางและวิธีคิดในการเดิมพัน ที่ช่วยให้หลักการพนันนั้นดูมีเหตุมีผลสอดคล้องกัน เรื่องหนึ่งที่อยากหยิบยกมาพูดคุยกันในวันนี้คือเรื่องของ ราคาน้ำ

ราคาน้ำ ในราคาบอล คืออะไร?

หลายคนทีเป็นคนใหม่ในเกมพนันบอลน่าจะอยากรู้ว่าทำไมต้องมีค่าน้ำ ในการพนันบอล แล้วทำไมค่าน้ำมันถึงได้แตกต่างกันด้วย จะรู้ได้อย่างไรว่า ราคาน้ำ เจ้าไหนแพง เจ้าไหนถูก แล้วมีผลอะไรต่อการเดิมพันหรือ? คำถามจะเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย หากว่านักพนันนั้นอยากรู้เรื่องนี้ขึ้นมา

ค่าน้ำ ในความหมายแรกก็คือ ค่าธรรมเนียมที่ทางเว็บหรือผู้ให้บริการรับพนันของรับไว้จากการรับเป็นคนกลางในการเดิมพัน จะเห็นได้เฉพาะในราคาแบบต่อแต้ม ในจุดนี้จะมีความแตกต่างกันไป การจะดูว่าค่าน้ำของเว็บนั้นๆ เริ่มที่เท่าไหร่ ให้ดูว่า ราคาบอลในแต่ละคู่ที่ราคาดีที่สุด (หมายถึงราคาบอลสองฝั่งใกล้กันที่สุด) อยู่ที่เท่าไหร่ ราคานั้นห่างจากจุดกลางของกันและกันคือราคาจ่ายที่ 1:1 แค่ไหน ราคาน้ำ จึงเป็นตัวเลขที่บอกให้ว่าเว็บจะได้ส่วนแบ่งจากการเดิมพันอยู่ที่ตรงไหน

ตัวอย่างเช่น แบล็กเบิร์น ต่อแต้ม เปรสตัน 0.5 ลูก ราคาคือ เจ้าบ้าน 0.98 ทีมเยือน 0.94 ในราคานี้ ทุก 1 บาทที่ชนะของการเดิมพันฝั่งแบล็กเบิร์นจะเสียค่าน้ำ 2 สตางค์หรือ 2 ตังค์ในภาษาปาก และเดิมพันฝั่งเปรสตัน ทุก 1 บาทที่ชนะจะเสียค่าน้ำ 6 สตางค์ หรือ 6 ตังค์ ดังนั้นเว็บนี้คิดค่าน้ำจากการรับเดิมพันอยู่ที่ 8 สตางค์หรือ 8 ตังค์ เราก็จะเรียกว่าเว็บนี้คิด ราคาน้ำ 8 ตังค์

หรือในทำนองที่คล้ายกันของคู่นี้ แต่ราคาบอลของผลประตูรวมสูงต่ำหรือ o/u ที่ 2.5 ลูก เป็น -0.96 กับ 0.86 แปลว่าผู้ที่วางเดิมพันฝั่งสูงกว่า 2.5 ลูก จะใช้เงินแค่ 96 สตางค์เพื่อเดิมพันในการรับเงินชนะ 1 บาทหรือได้น้ำ 4 ตังค์ และฝั่งที่แทงต่ำกว่า 2.5 ลูกจะเสียค่าน้ำทุกการชนะ 1 บาทที่ 14 ตังค์ ค่าน้ำไปกลับก็คือ ราคาน้ำ 10 ตังค์

ในส่วนของ ราคาน้ำ นี้มีการเอามาใช้เป็นเครื่องมือทำตลาดด้วย เช่น บางค่ายก็จะบลัฟว่าตัวเองทำราคาบอล 4 ตังค์ซึ่งจ่ายเงินดีกว่าค่ายอื่น เป็นต้น

ค่าน้ำของราคาบอลออนไลน์จะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับปัจจัยเกี่ยวกับข่าวสารของคู่แข่งขัน และยอดของการเดิมพันที่เกิดขึ้น ยิ่งมีการวางเดิมพันฝั่งไหนมาก ราคาน้ำ ของฝั่งนั้นก็จะแพงขึ้น และ ราคาน้ำ ของอีกฝั่งก็จะลดลง เพื่อให้เกิดการย้ายฝั่งเดิมพัน

ถึงจุดนี้จะเห็นว่าการทำกำไรที่ดีที่สุดของเว็บให้บริการพนันบอล คือการรักษาบาลานซ์ของยอดการวางเดิมพันให้ใกล้เคียงกันที่สุดและเก็บกินค่าธรรมเนียม หรือ ค่าน้ำ นั่นเอง

แต่เพราะการเป็นผู้ให้บริการรับวางเดิมพันบอลไม่สามารถที่จะไปกำหนดกะเกณฑ์ว่ าทุกคู่การแข่งขันจะมีการวางเดิมพันสองด้านพอๆ กันได้ เท่ากับว่าพวกเขาก็รับความเสี่ยงในการรับมือกับการที่นักพนันจะทุ่มเทเดิมพันข้างใดข้างหนึ่งมากมายมหาศาลด้วย แต่นานๆ ครั้งจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้น ฉะนั้นแล้วโดยส่วนใหญ่เว็บสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยผลกำไรจากค่าน้ำที่สะสมจากฟุตบอลหลายร้อยหลายพันคู่ต่อวันนี่เอง

นักพนันใช้ ราคาน้ำให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

อันดับแรกเมื่อเห็น ราคาน้ำ ที่แตกต่างกัน นักพนันก็รู้แล้วว่าเดิมพันแล้วอันไหนที่ได้เงินคุ้มกว่า เช่น ราคาบอลคู่หนึ่ง 0.96 อีกคู่หนึ่ง 0.97 การวางเดิมพันคู่หลังย่อมได้กำไรมากกว่า หรือถ้าเป็นราคาได้น้ำ (แสดงโดยราคาแบบมาเลย์ ใช้ตัวอักษรติดลบสีแดง) ก็แปลว่าสามารถใช้เงินที่น้อยกว่าวางเดิมพันเพื่อรับเงินที่มากกว่าได้

อย่างต่อมาคือเมื่อสังเกตการณ์ไหลขึ้นลงของราคาบอล หรือ ราคาน้ำ มันคือการบ่งบอกความเชื่อมั่นของบรรดานักพนัน และตัวเว็บรับพนันเอง ถ้าราคานิ่งๆ ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นแปลว่าเว็บคิดว่าโอกาสที่จะขาดทุนจากคู่นั้นๆ ยังไม่สูงมาก แต่ถ้าราคามีการขยับนั่นคือแนวโน้มที่เว็บจะเสียเงินเดิมพันให้ลูกค้ามีมากกว่า ก็จะปรับราคาเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเล็กน้อยในฐานะคนเดิมพันนั้นไม่มากอยู่แล้ว แต่ในฐานะผู้รับเดิมพันมันไม่ใช่เงินน้อยๆ

ผู้ที่จะเลือกเดิมพันถ้ายังไม่รีบร้อนให้รอดูราคาบอลหลังผ่านไป 1-2 ชั่วโมงได้ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนแปลงน้อยๆ 1-2 ตังค์ ก็สามารถวางเดิมพันได้เลย แต่ถ้าก่อนเกม 2-3 ชั่วโมง ตัวเลขขยับมากกว่า 5-6 ตังค์ให้รีบเช็คข้อมูลก่อนตัดสินใจ.